เช้าอากาศแจ่มใสวันหนึ่ง วันที่หนุ่มน้อยวัย 20ปี ตื่นขึ้นมาจากฝันที่ไม่อยากตื่น
แม้ว่าจะตื่นมาได้สักพักแล้ว แต่เขาก็ยังคงนอนหลับตาอยู่บนเตียง เฝ้าคิดถึงเรื่องราวที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตของเขา ตั้งแต่วันแรกที่เขาได้พบเจอกับเธอ ทำไมอยู่ๆ เขาถึงรักเธอ หรือว่า อยู่ๆ เธอถึงรักเขาเข้าได้นะ ทั้งที่ชีวิตของทั้งคู่ต่างกันออกขนาดนี้
เขาเป็นลูกคุณหนู ไปกลับเป็นแค่บ้าน-มหา'ลัย ส่วนเธอ ทำงานไปเรียนไป สู้ชีวิตอยู่คนเดียว
เขาเป็นคนกลางวัน เข้านอนแต่วัน กลางคืนไม่เคยออกไปไหน เธอเป็นคนกลางคืน ไปสังสรรค์กับเพื่อนแถวรัชดาทุกวัน วันไหนไม่ได้ไปคงเป็นวันที่ต้องไปสอบตอนเช้า
เขาเป็นคนจริงจังกับเรื่องความรัก ถึงจะชอบใครง่ายๆ แต่กว่าจะรักใครได้เนี่ย คนนั้นต้องดีไม่น้อยทีเดียว เธอเปิดโอกาสให้กับทุกคน ใครเขามาคุย เธอคุยด้วยหมด ไม่ว่าจะหน้าตาดีแย่ นิสัยยังไง เธอเปิดโอกาสให้กับทุกคนเสมอ กระทั่งตอนนี้ ถึงแม้ว่าทั้งคู่เป็นแฟนกัน เธอก็ยังมีคนโทรมาหาไม่ขาดสาย
แต่ก็ใช่ว่าทั้งคู่จะไม่เคยเลิกกันมาก่อน
ครั้งก่อนที่เธอโทรมาบอกเลิก เพราะที่บ้านบังคับให้เธอบอกเลิกต่อหน้าพ่อแม่ของเธอ พ่อแม่ของเธอเจอ msg ของเขาในมือถือ ถ้าการเรียกผู้ใหญ่ที่ห้ามลูกหลานมีแฟน หรือจับมือถือแขนกับชายหนุ่มก่อนแต่งงานว่า หัวโบราณ ครอบครัวของเธอที่หล่ะ หัวโบราณระดับดั้งเดิมเลยทีเดียว แต่ครอบครัวเธอไม่ได้แค่หัวโบราณธรรมดานะ เขาน่ะหัวโบราณดั้งเดิมระดับ IT เชียวหล่ะ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ท MSN ใช้กันเป็นทั้งครอบครัว
วันนั้นเป็นวันที่เธอกับไปพักที่บ้านช่วงหยุดปีใหม่ หลังจากที่อ่านหนังสือสอบอยู่หอหลายอาทิตย์ ทุกครั้งที่เธอกลับบ้านเธอจะต้องลบ msg ที่เธอส่งหาเขา และเขาส่งให้เธอ รวมทั้งรูปที่เคยถ่ายด้วยกันออกเสมอ แต่ครั้งนี้ อาจจะเพราะเธอรีบกลับบ้านไปหาพ่อแม่ หรืออาจจะเพราะเหนื่อยจากการสอบกลางภาคก็ไม่แน่ เธอจึงลืมทำสิ่งเหล่านี้
ถึงตอนนั้นเธอจะอยู่ต่อหน้าพ่อแม่ในขณะที่บอกเลิกเขา แต่เธอก็ยังแอบส่ง msg มาหาเขาว่า 'ห้ามเลิกนะ' แค่นั้น มันก็ทำให้น้ำตาที่กำลังจะไหลออกมา เปลี่ยนกลายเป็นรอยยิ้มได้เหมือนเดิมอีกครั้ง
หลังช่วงปีใหม่ ทั้งคู่ก็กลับมาอยู่ด้วยกันได้อีกครั้ง โดยที่พ่อแม่ของเธอก็เข้าใจว่าทั้งคู่เลิกกันแล้วจริงๆ เพราะตลอดช่วงหยุดปีใหม่ ทั้งคู่ไม่ได้คุยกันแม้แต่ประโยคเดียว
เขาสารภาพกับเธอ เมื่อเธอถามว่าทำไมถึงรักเธอ "เพราะเธอเป็นคนดีไง เพราะเธอจะไม่ทิ้งเรา แม้ในยามที่เรากำลังจะตาย ก็แค่นั้นหล่ะ"
เธอสารภาพกับเขา เมื่อเขาถามว่าทำไมถึงรักเขา "เพราะเธอดูแลเราไง เพราะเธอทำให้เรารู้สึกว่า เธอรักเราจริงๆ และจะไม่ทิ้งเราไปไหน"
ยังไม่ถึง 12 ชม.เลยที่เขาไม่ได้คุยกับเธอ เธอขอตัวกลับบ้านไปเตรียมตัวหาที่ฝึกงาน ช่วงซัมเมอร์ หลังจากที่มาค้างอยู่กับเขา 2 คืน เขานะอยากจะโทรไปหาใจจะขาด แต่โทรศัพท์มือถือคู่ใจของเขาดันตังค์หมดซะได้ ถ้าสภาพร่างกายของเขายังปกติดีอยู่นะ คงวิ่งไปซื้อ 7-eleven หน้าปากซอยแล้วหล่ะ แต่นี่ดันติดตรงที่ เขาไข้ขึ้นสูงมากจนไม่อยากลุกไปไหน แค่ลุกไปเข้าห้องน้ำเมื่อกี้ ก็เวียนหัวจนจะล้มคว่ำอยู่แล้ว นี่ยังดีหน่อยที่เขาไปหายาพารามากินได้สักพักแล้ว
'วันนี้ไปเรียนไม่ทันวิชาแรกแล้วเหรอเนี่ย วิชาต่อไปก็เรียนตั้งตอนบ่าย ค่อยๆแต่งตัว กินข้าว เก็บห้องละกัน เดี๋ยวจะหน้ามืดตายไปซะก่อน'
กว่าจะเก็บห้องเสร็จ ก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยงแล้ว ได้เวลาออกจากบ้านไปยังมหา'ลัยแล้วสิเนี่ย
"~~~~~~~~~" เสียงมือถือของเขาดังขึ้น ในจังหวะที่กำลังจะล๊อกประตูห้อง แม้จะไม่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เขาก็รู้ได้ทันทีว่าใครโทรมา ก็เธอเล่นเอาโทรศัพท์ของเขาไปตั้งเสียงเรียกเข้าเองนี่นา พร้อมทั้งบังคับตามมาอีกว่า ห้ามเปลี่ยน เข้าใจมั้ย..
คุณก็คงจะเคยรู้สึกได้แหละ เวลาที่คุณคิดถึงใครมากๆ แล้วเขาโทรมาหาคุณพอดีเนี่ย มันรู้สึกดีแค่ไหน
'จะแก้ตัวไงดีเนี่ย ไม่ได้โทรไปหาเลย โดนงอนอีกแน่เลยเนี่ย'
"เธอ"
"คับ ว่าไง"
"...."
"ว่าไงคับ เป็นไรเนี่ย เงียบไปตั้งนาน"
" เราเลิกกันเถอะนะ แล้วไม่ต้องโทรมาหาอีก ไม่ต้องโทรมาอีกแม้แต่ครั้งเดียวเลยนะ . . . ตื้ดๆๆๆ"
แม้ว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรก ที่เขาเคยได้รับโทรศัพท์บอกเลิกแบบนี้จากเธอแบบนี้ แต่ทำไมครั้งนี้ น้ำตาเขามันถึงได้อยากไหลออกมาให้ทุกคนได้เห็นซะขนาดนี้ ถ้าไม่ติดที่เขายืนอยู่หน้าห้อง น้ำตาเจ้ากรรมคงได้ออกมาเย้ยหยันเขาเป็นแน่ ถึงแม้เธอจะบอกว่าอยู่ต่อหน้าพ่อแม่เหมือนเช่นครั้งก่อนก็ตาม
เขาพยายามคิดเข้าข้างตัวเอง เดี๋ยวก็คงส่ง msg มาบอกแหละ แต่ตอนนี้อาจจะส่งไม่ได้ เดี๋ยวกลับมาอยู่หอเมื่อไร ก็คงโทรมาหาเขาเหมือนเช่นครั้งก่อน
.
.
.
.
.
ครบอาทิตย์นึงแล้ว ที่เขาและเธอ ไม่ได้คุยกัน ถึงแม้จะเป็นความหวังลมๆแล้งๆ แต่เขาก็ยังหวังว่าเธอจะโทรมาหาเขาในสักวันหนึ่ง
"เธอรีบๆ เรียนจบนะ เราจะได้ไปอยู่ด้วยกับเธอ เข้าใจมั้ย รีบๆ เรียนให้จบนะ"
"อื้อ ถ้าจบแล้ว จะไปออกจ๊อบที่ต่างจังหวัด ไปด้วยกันนะ เราทำงานเสร็จ จะได้เที่ยวกับเธอต่อ โอเคปะ"
"เธอสัญญาแล้วนะ"
"คับ สัญญากันแล้วหล่ะ"
เขาไม่คิดที่จะหาใครใหม่ ถึงแม้ว่าจะมีผู้คนมากมายเข้ามาหา เข้ามาคุยกับเขา
เขายังคงรักษาสัญญาที่เคยได้ให้ไว้ต่อกันกับเธอ
ถึงตอนนี้เขายังคงจำคำสัญญา จำรอยยิ้ม จำน้ำเสียงของเธอได้ไม่ลืม . . . .
'เมื่อนึกได้ว่าสิ่งเดียวที่เขาจะทำได้ตอนนี้ คือตั้งใจเรียนให้จบ . . . ถ้าเธอยังคงไม่เปลี่ยนไปจากวันนั้น เมื่อใดเขามีงานทำ เขาจะไปรับเธอมาอยู่กับเขาตลอดไป'
เช้าอากาศแจ่มใสวันหนึ่ง วันที่หนุ่มน้อยวัย 20ปี ตื่นขึ้นมาจากฝันที่ไม่อยากตื่น
แม้ว่าจะตื่นมาได้สักพักแล้ว แต่เขาก็ยังคงนอนหลับตาอยู่บนเตียง เฝ้าคิดถึงเรื่องราวที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตของเขา ตั้งแต่วันแรกที่เขาได้พบเจอกับเธอ ทำไมอยู่ๆ เขาถึงรักเธอ หรือว่า อยู่ๆ เธอถึงรักเขาเข้าได้นะ ทั้งที่ชีวิตของทั้งคู่ต่างกันออกขนาดนี้
เขาเป็นลูกคุณหนู ไปกลับเป็นแค่บ้าน-มหา'ลัย ส่วนเธอ ทำงานไปเรียนไป สู้ชีวิตอยู่คนเดียว
เขาเป็นคนกลางวัน เข้านอนแต่วัน กลางคืนไม่เคยออกไปไหน เธอเป็นคนกลางคืน ไปสังสรรค์กับเพื่อนแถวรัชดาทุกวัน วันไหนไม่ได้ไปคงเป็นวันที่ต้องไปสอบตอนเช้า
เขาเป็นคนจริงจังกับเรื่องความรัก ถึงจะชอบใครง่ายๆ แต่กว่าจะรักใครได้เนี่ย คนนั้นต้องดีไม่น้อยทีเดียว เธอเปิดโอกาสให้กับทุกคน ใครเขามาคุย เธอคุยด้วยหมด ไม่ว่าจะหน้าตาดีแย่ นิสัยยังไง เธอเปิดโอกาสให้กับทุกคนเสมอ กระทั่งตอนนี้ ถึงแม้ว่าทั้งคู่เป็นแฟนกัน เธอก็ยังมีคนโทรมาหาไม่ขาดสาย
แต่ก็ใช่ว่าทั้งคู่จะไม่เคยเลิกกันมาก่อน
ครั้งก่อนที่เธอโทรมาบอกเลิก เพราะที่บ้านบังคับให้เธอบอกเลิกต่อหน้าพ่อแม่ของเธอ พ่อแม่ของเธอเจอ msg ของเขาในมือถือ ถ้าการเรียกผู้ใหญ่ที่ห้ามลูกหลานมีแฟน หรือจับมือถือแขนกับชายหนุ่มก่อนแต่งงานว่า หัวโบราณ ครอบครัวของเธอที่หล่ะ หัวโบราณระดับดั้งเดิมเลยทีเดียว แต่ครอบครัวเธอไม่ได้แค่หัวโบราณธรรมดานะ เขาน่ะหัวโบราณดั้งเดิมระดับ IT เชียวหล่ะ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ท MSN ใช้กันเป็นทั้งครอบครัว
วันนั้นเป็นวันที่เธอกับไปพักที่บ้านช่วงหยุดปีใหม่ หลังจากที่อ่านหนังสือสอบอยู่หอหลายอาทิตย์ ทุกครั้งที่เธอกลับบ้านเธอจะต้องลบ msg ที่เธอส่งหาเขา และเขาส่งให้เธอ รวมทั้งรูปที่เคยถ่ายด้วยกันออกเสมอ แต่ครั้งนี้ อาจจะเพราะเธอรีบกลับบ้านไปหาพ่อแม่ หรืออาจจะเพราะเหนื่อยจากการสอบกลางภาคก็ไม่แน่ เธอจึงลืมทำสิ่งเหล่านี้
ถึงตอนนั้นเธอจะอยู่ต่อหน้าพ่อแม่ในขณะที่บอกเลิกเขา แต่เธอก็ยังแอบส่ง msg มาหาเขาว่า 'ห้ามเลิกนะ' แค่นั้น มันก็ทำให้น้ำตาที่กำลังจะไหลออกมา เปลี่ยนกลายเป็นรอยยิ้มได้เหมือนเดิมอีกครั้ง
หลังช่วงปีใหม่ ทั้งคู่ก็กลับมาอยู่ด้วยกันได้อีกครั้ง โดยที่พ่อแม่ของเธอก็เข้าใจว่าทั้งคู่เลิกกันแล้วจริงๆ เพราะตลอดช่วงหยุดปีใหม่ ทั้งคู่ไม่ได้คุยกันแม้แต่ประโยคเดียว
เขาสารภาพกับเธอ เมื่อเธอถามว่าทำไมถึงรักเธอ "เพราะเธอเป็นคนดีไง เพราะเธอจะไม่ทิ้งเรา แม้ในยามที่เรากำลังจะตาย ก็แค่นั้นหล่ะ"
เธอสารภาพกับเขา เมื่อเขาถามว่าทำไมถึงรักเขา "เพราะเธอดูแลเราไง เพราะเธอทำให้เรารู้สึกว่า เธอรักเราจริงๆ และจะไม่ทิ้งเราไปไหน"
ยังไม่ถึง 12 ชม.เลยที่เขาไม่ได้คุยกับเธอ เธอขอตัวกลับบ้านไปเตรียมตัวหาที่ฝึกงาน ช่วงซัมเมอร์ หลังจากที่มาค้างอยู่กับเขา 2 คืน เขานะอยากจะโทรไปหาใจจะขาด แต่โทรศัพท์มือถือคู่ใจของเขาดันตังค์หมดซะได้ ถ้าสภาพร่างกายของเขายังปกติดีอยู่นะ คงวิ่งไปซื้อ 7-eleven หน้าปากซอยแล้วหล่ะ แต่นี่ดันติดตรงที่ เขาไข้ขึ้นสูงมากจนไม่อยากลุกไปไหน แค่ลุกไปเข้าห้องน้ำเมื่อกี้ ก็เวียนหัวจนจะล้มคว่ำอยู่แล้ว นี่ยังดีหน่อยที่เขาไปหายาพารามากินได้สักพักแล้ว
'วันนี้ไปเรียนไม่ทันวิชาแรกแล้วเหรอเนี่ย วิชาต่อไปก็เรียนตั้งตอนบ่าย ค่อยๆแต่งตัว กินข้าว เก็บห้องละกัน เดี๋ยวจะหน้ามืดตายไปซะก่อน'
กว่าจะเก็บห้องเสร็จ ก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยงแล้ว ได้เวลาออกจากบ้านไปยังมหา'ลัยแล้วสิเนี่ย
"~~~~~~~~~" เสียงมือถือของเขาดังขึ้น ในจังหวะที่กำลังจะล๊อกประตูห้อง แม้จะไม่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เขาก็รู้ได้ทันทีว่าใครโทรมา ก็เธอเล่นเอาโทรศัพท์ของเขาไปตั้งเสียงเรียกเข้าเองนี่นา พร้อมทั้งบังคับตามมาอีกว่า ห้ามเปลี่ยน เข้าใจมั้ย..
คุณก็คงจะเคยรู้สึกได้แหละ เวลาที่คุณคิดถึงใครมากๆ แล้วเขาโทรมาหาคุณพอดีเนี่ย มันรู้สึกดีแค่ไหน
'จะแก้ตัวไงดีเนี่ย ไม่ได้โทรไปหาเลย โดนงอนอีกแน่เลยเนี่ย'
"เธอ"
"คับ ว่าไง"
"...."
"ว่าไงคับ เป็นไรเนี่ย เงียบไปตั้งนาน"
" เราเลิกกันเถอะนะ แล้วไม่ต้องโทรมาหาอีก ไม่ต้องโทรมาอีกแม้แต่ครั้งเดียวเลยนะ . . . ตื้ดๆๆๆ"
แม้ว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรก ที่เขาเคยได้รับโทรศัพท์บอกเลิกแบบนี้จากเธอแบบนี้ แต่ทำไมครั้งนี้ น้ำตาเขามันถึงได้อยากไหลออกมาให้ทุกคนได้เห็นซะขนาดนี้ ถ้าไม่ติดที่เขายืนอยู่หน้าห้อง น้ำตาเจ้ากรรมคงได้ออกมาเย้ยหยันเขาเป็นแน่ ถึงแม้เธอจะบอกว่าอยู่ต่อหน้าพ่อแม่เหมือนเช่นครั้งก่อนก็ตาม
เขาพยายามคิดเข้าข้างตัวเอง เดี๋ยวก็คงส่ง msg มาบอกแหละ แต่ตอนนี้อาจจะส่งไม่ได้ เดี๋ยวกลับมาอยู่หอเมื่อไร ก็คงโทรมาหาเขาเหมือนเช่นครั้งก่อน
.
.
.
.
.
ครบอาทิตย์นึงแล้ว ที่เขาและเธอ ไม่ได้คุยกัน ถึงแม้จะเป็นความหวังลมๆแล้งๆ แต่เขาก็ยังหวังว่าเธอจะโทรมาหาเขาในสักวันหนึ่ง
"เธอรีบๆ เรียนจบนะ เราจะได้ไปอยู่ด้วยกับเธอ เข้าใจมั้ย รีบๆ เรียนให้จบนะ"
"อื้อ ถ้าจบแล้ว จะไปออกจ๊อบที่ต่างจังหวัด ไปด้วยกันนะ เราทำงานเสร็จ จะได้เที่ยวกับเธอต่อ โอเคปะ"
"เธอสัญญาแล้วนะ"
"คับ สัญญากันแล้วหล่ะ"
เขาไม่คิดที่จะหาใครใหม่ ถึงแม้ว่าจะมีผู้คนมากมายเข้ามาหา เข้ามาคุยกับเขา
เขายังคงรักษาสัญญาที่เคยได้ให้ไว้ต่อกันกับเธอ
ถึงตอนนี้เขายังคงจำคำสัญญา จำรอยยิ้ม จำน้ำเสียงของเธอได้ไม่ลืม . . . .
'เมื่อนึกได้ว่าสิ่งเดียวที่เขาจะทำได้ตอนนี้ คือตั้งใจเรียนให้จบ . . . ถ้าเธอยังคงไม่เปลี่ยนไปจากวันนั้น เมื่อใดเขามีงานทำ เขาจะไปรับเธอมาอยู่กับเขาตลอดไป'
ปีใหม่ปีนี้ เป็นฤกษ์งามยามดี สำหรับอะไรใหม่ๆ จริงๆเลย
1. ผมได้ไปไหว้พระ 7 วัด (อีก2วัดไม่ได้ไป สังขารไม่เอื้อ) ครั้งแรกในชีวิต
เป็นอะไรที่สนุกมากๆ ได้แรดกับเพื่อนๆ ได้ไหว้พระกับเพื่อน ได้เมื่อยขา ได้กินอิ่ม ได้กรุบกรอบ
ป ร ะ ทั บ ใ จ ๆ ๆ
2. ผมไหว้พระ ในห้องพระที่บ้าน ทุกวัน ตั้งแต่ปีใหม่
ทำให้รู้สึกว่า จิตใจสงบขึ้นเยอะ มองโลกแบบใจเย็นขึ้น มีเหตุมีผลขึ้น
พี่ผมบอกว่า ทำ ใ ห้ จิ ต ใ จ ส ง บ แ ล ะ ส ร้ า ง บ า ร มี ใ ห้ กั บ ตั ว เ อ ง
เสียอย่างเดียว ไหว้พระตอนกลางคืนเนี่ย บ้านเงียบๆ น่ากลัวๆ
3. ผมทำบัญชี รายรับ-รายจ่าย ของตัวเอง ทุกวัน ตั้งแต่ปีใหม่
ทำให้รู้ว่า ผมเนี่ย ใช้เงินเก่งยังกับกระดาษชำระ 991.- หมดไปใน 1 วัน
จะทำให้ครบเดือน แล้วจะเอามาพิจารณาตัวเอง ว่ารายจ่ายไหน สมควร/ไม่สมควร
เ พื่ อ อ น า ค ต จ ะ ไ ด้ ใ ช้ เ งิ น เ ป็ น ม า ก ก ว่ า นี้
4. ผมรักตัวเอง มากขึ้น
ผมใส่ใจกับเรื่อง การเรียนของตัวเอง สุขภาพของตัวเอง บุคลิกภาพของตัวเอง มากขึ้น
ผมมาคิดว่า ถ้ า เ ร า ไ ม่ รั ก ตั ว เ อ ง ใ ค ร จ ะ รั ก เ ร า ถ้าเราไม่ดูแลตัวเอง ใครจะดูแลเรา ใช่ปะ
ผมเริ่มนัดเพื่อนมาติวหนังสือ ก่อน Quiz ชวนเพื่อนไปเล่นฟิตเนสที่มหา'ลัย แต่จะทำได้สักกี่น้ำเชียว
5. ผมเริ่ม มองโลกกว้างขึ้น
รู้สึกว่า ตั้งแต่ ปี1 จนถึง ปี3 (ตอนนี้) ผมผ่านอะไรต่อมิอะไร
ทั้งร้ายทั้งดี ประทับใจ เสียใจ ผิดพลาด ฯลฯ เยอะแยะ
บอกกับตัวเองไปหลายครั้งว่า โ ต ไ ด้ แ ล้ ว
รู้สึกว่า เริ่มได้ผลและ เรื่องที่เคยบ้าบอ คิดนู่นคิดนี่มากมายตอนปี1 ตอนนี้กลับมองว่า งี่เง่าหวะกู ทำไปทำไม
6. ผมหาเวลาอยู่กับเพื่อนเยอะขึ้น
อีกปีกว่าๆ ก็จะเรียนจบและ ถ้าไม่อยู่กับเพื่อนซะบ้าง
ประสบการณ์ของผมคงมีแต่เรื่องกิจกรรมอัดแน่น แต่เรื่องเพื่อนว่างกลวง ก็คงเป็นได้
เ พื่ อ น . . . กู รั ก มึ ง ห ว ะ
ปีใหม่ปีนี้ ทำอะไรดีๆ ให้กับชีวิตรึยังครับ